การใช้แหล่งเรียนรู้

การอบรมที่ทับสะแก 2553

วันที่ 12 - 14 ตุลาคม 2553 
 
    ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอน(แหล่งเรียนรู้) โรงเรียนในฝัน โรงเรียนบางสะพานน้อยวิทยาคม   จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การเรียนรู้แหล่งเรียนรู้บนโลก Cyber"  ณ โรงเรียนทับสะแกวิทยา อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์
 
วัตถุประสงค์ :
    1. เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต
    2. เพื่อส่งเสริมครูให้สามารถใช้ และสร้างแหล่งเรียนรู้บนเโลก และบนโลก Cyber ได้
    3. เพื่อพัฒนาครูให้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้บนเโลก และบนโลก Cyber ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
กลุ่มเป้าหมาย :  
    คณะครูจากโรงเรียนในฝันของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง 3 รุ่น โรงเรียนละ 4-8 คน รวม 80 คน  
 
หลักสูตร/เนื้อหาสาระ :
    ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูลบนโลก Cyber  
    สมรรถนะด้าน ICT ของครู (ตัวชี้วัดศักยภาพ) ในยุคการศึกษาและการสื่อสารเสรี ความพร้อมสู่ความเป็นผู้นำประชาคมอาเซี่ยน 
    การใช้เครื่องมือสืบค้นข้อมูลทางอินเตอรเน็ต 
    การสร้างแหล่งเรียนรู้บนโลก Cyber ด้วยตนเอง
 
วิทยากร :
    นายอนนท์ ศรีพิพัฒน์ ศึกษานิเทศก์ เครือข่ายการนิเทศการมัธยมศึกษา เครือข่ายที่ 5  
    นายปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์ ศึกษานิเทศก์ เครือข่ายการนิเทศการมัธยมศึกษา เครือข่ายที่ 4
 

 ความคาดหวังของผู้เข้ารับการอบรม :

 

 ผลที่ได้รับจากการอบรม :

 

การประชุมที่โรงเรียนทับสะแกวิทยา

วันที่ 21-22 สิงหาคม 2552 
  
     การประชุมปฏิบัติการ สัมมนา เรื่อง การพัฒนาและใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและท้องถิ่นเพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้  ณ โรงเรียนทับสะแกวิทยา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ดำเนินการโดย ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอน (แหล่งเรียนรู้) โรงเรียนในฝัน โรงเรียนบางสะพานน้อยวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรัขันธ์ เขต 1  
     กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คุณครูที่ทำหน้าที่วิชาการ  ครูบรรณารักษ์  และครูคอมพิวเตอร์หรือ ICT
     เนื้อหา เน้นที่ การใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ ที่จำนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ และใช้ในการปฏิบัติหน้าที่
     วิทยากร  ศึกษานิเทศก์ เครือข่ายการนิเทศที่ 4 และ 5 ประกอบด้วย นายรังสรรค์ เพ็งนู  นายอนนท์ ศรีพิพัฒน์ และนายปกรณ์ วงศ์สวัสดิ์  
 
 
 
 
 
 
 

  • กิจกรรมในแหล่งเรียนรู้ ค้นมาฝากครับ เป็นบทความของคุณสมชาย ฐิติรัตนอัศว์ กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน   การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้          การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนร ...
    ส่ง 18 ส.ค. 2552 02:30 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์
  • การสืบค้นวิดีโอคลิป การใช้โปรแกรม VDownload สืบค้นข้อมูลวิดีโอคลิป ห้องสมุด 3 ดี โครงการใหม่สร้างไทยเข้มแข็ง       อ่านไฟล์แนบจากด้านล่างครับ
    ส่ง 19 ส.ค. 2552 23:09 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์
  • ความหมาย แหล่งเรียนรู้ (Wisdom)           ความหมาย          "แหล่งเรียนรู้" หมายถึง "แหล่ง" หรือ "ที่รวม" ซึ่งอาจเป็นสภาพ สถานที่ หรือศูนย์รวมที่ประกอบด้วย ข้อมูล ข ...
    ส่ง 18 ส.ค. 2552 02:12 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์
  • การใช้ Blog Blog คืออะไร        Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ ...
    ส่ง 29 ก.ย. 2552 09:08 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์
แสดงบทความ 1 - 4 จาก 4 รายการ ดูเพิ่มเติม »

ไฟล์ล่าสุด

  • table.doc   40กิโลไบต์ - 10 มิ.ย. 2553 01:47 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์ (เวอร์ชัน 2)
  • Project.pdf   93กิโลไบต์ - 10 มิ.ย. 2553 01:46 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์ (เวอร์ชัน 2)
  • list.pdf   131กิโลไบต์ - 10 มิ.ย. 2553 01:46 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์ (เวอร์ชัน 2)
  • carlendar.pdf   37กิโลไบต์ - 10 มิ.ย. 2553 01:46 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์ (เวอร์ชัน 2)
  • 1.pdf   49กิโลไบต์ - 10 มิ.ย. 2553 01:58 โดย อนนท์ ศรีพิพัฒน์ (เวอร์ชัน 3)
แสดง 5 ไฟล์จากหน้า ตู้เก็บไฟล์

 

กิจกรรมในแหล่งเรียนรู้

โพสต์15 ส.ค. 2552 05:51โดยอนนท์ ศรีพิพัฒน์   [ อัปเดต 18 ส.ค. 2552 02:30 ]

ค้นมาฝากครับ เป็นบทความของคุณสมชาย ฐิติรัตนอัศว์ กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
 
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ 

        การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้เป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ระหว่างหรือหลังการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้นั้นๆ และสำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้นั้น ผู้จัดกิจกรรมหรือผู้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ จำเป็นต้องมีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ที่จะนำมาออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติ ซึ่งต้องรู้ว่าแหล่งเรียนรู้นั้นถูกจัดอยู่ในประเภทใดมีองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง และมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งอย่างไร ตลอดจนจุดเน้นหรือกิจกรรมของแหล่งเรียนรู้ว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง และมีเนื้อหาสาระอะไรที่ต้องการเน้นให้ผู้เข้าใช้บริการทราบหรือเรียนรู้ ซึ่งผู้ออกแบบกิจกรรมต้องเข้าใจในเรื่องนี้ เนื่องจากองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่อยู่ในแหล่งเรียนรู้อาจมีเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระการเรียนรู้ในหลักสูตร ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์และมีความหมายต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนมากขึ้น ดังนั้นการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้จึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มความรู้ หรือการขยายความรู้ความเข้าใจให้ผู้เรียนหรือเสริมทักษะทำให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ในตัวผู้เรียนต่อไป ฉะนั้นการออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้จึงจำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวความหมายความสำคัญ ลักษณะ ประโยชน์ รูปแบบ และขั้นตอนตลอดจนหลักในการสร้างหรือออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้

ความหมายและความสำคัญของกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้
        กิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ หมายถึง กิจกรรมที่ต้องการให้ผู้เรียนได้มีการฝึกเสริมทักษะในการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ ซึ่งในที่นี้หมายถึง การทำกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ที่ต้องการให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ เพื่อเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจและมีทักษะเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่กิจกรรม การเรียนรู้มักจะมีอยู่ท้ายบทเรียน ซึ่งในบางครั้งกิจกรรมการเรียนรู้จะมีลักษณะเป็นแบบฝึกหัดให้ผู้เรียน ได้ฝึกปฏิบัติหรือเป็นใบงานให้ผู้เรียนปฏิบัติระหว่างเรียนรู้หรือหลังการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้
        กิจกรรมแบบการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้มีความสำคัญต่อผู้เรียน เพราะการทำกิจกรรมจะช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ทักษะให้กับผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ชัดเจนขึ้น กว้างขวางขึ้น ทำให้การจัดการเรียนการสอนประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

ลักษณะของกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ที่ดี
        ในการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้เรียนมีองค์ประกอบหลายประการ ซึ่งนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับลักษณะของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีไว้ดังนี้
    1. เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ของแหล่งเรียนรู้หรือความรู้ที่มีอยู่ในแหล่งเรียนรู้
    2. เหมาะสมกับระดับ วัย และความสามารถของผู้เรียน
    3. มีคำชี้แจงสั้น ๆ ที่จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจวิธีทำได้ง่าย คำชี้แจงหรือคำสั่งต้องกระทัดรัด
    4. ใช้เวลาเหมาะสมคือ ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป
    5. เป็นที่สนใจและท้าทายผู้เรียนอยากแสดงความสามารถ ปลุกความสนใจหรือปลุกจินตนาการและเกิดความคิดสร้างสรรค์
    6. มีการใช้หลักจิตวิทยาในการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
    7. มีหลากหลายรูปแบบซึ่งอาจมีทั้งแบบกำหนดคำตอบให้เลือกหรือให้ตอบแบบเสรี และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย
    8. ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
    9. สามารถเร้าความสนใจของผู้เรียนตั้งแต่ต้นจนจบ
    10. สามารถประเมินและจำแนกความเจริญงอกงามของผู้เรียน
    11. กิจกรรมการเรียนรู้ควรเป็นกิจกรรมที่มีความหมายกับผู้เรียนที่สามารถนำสิ่งที่เรียนแล้วไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ประโยชน์ของกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้
    กิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้มีประโยชน์มากต่อการจัดการเรียนการสอนมากดังนี้
    1. เป็นส่วนเพิ่มหรือเสริมในการเรียนรู้ เป็นอุปกรณ์การสอนที่ช่วยลดภาระของผู้สอนได้มาก เพราะกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้จะมีบรรยากาศของการเรียนรู้เป็นสิ่งที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ
    2. กิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้จะช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ผู้เรียนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ถ้ากิจกรรมนั้นสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษา
    3. กิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการวัดการเรียนรู้ของผู้เรียนได้
    4. กิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้ที่จัดทำเป็นรูปเล่ม ผู้เรียนสามารถใช้เป็นแนวทางเพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจได้ด้วยตนเอง
    5. กิจกรรมการเรียนรู้จะช่วยให้ผู้สอนมองเห็นจุดเด่นหรือปัญหาต่าง ๆ ของผู้เรียนได้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอนดำเนินการปรับปรุงแก้ไขปัญหานั้นได้
    6. กิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนอย่างเต็มที่และทำความเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้ สนุกสนานกับการเรียนรู้
    7. กิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้สามารถทำให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ในกลุ่มโดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ออกแบบกิจกรรมต้องการให้ผู้เรียนเรียนรู้ร่วมกัน
    8. เกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้

รูปแบบของการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้
        การออกแบบกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้หรือการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น ผู้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบของกิจกรรมและกลุ่มเป้าหมายที่จะทำกิจกรรมหรือใช้กิจกรรมตลอดจนวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ เพราะกิจกรรมการเรียนรู้จะเป็นสิ่งจูงใจให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้หรือจุดมุ่งหมายของหลักสูตรได้ ดังนั้นการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้จึงควรมีรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อเร้าความสนใจ ไม่เกิดความเบื่อหน่ายและท้าทายให้อยากรู้อยากลอง โดยมีรูปแบบที่สำคัญดังนี้
    1. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบเป็นแบบถูกผิด เป็นกิจกรรมที่ออกเป็นแบบฝึกที่ใช้ประโยคบอกเล่า ที่ให้ผู้เรียนอ่านแล้วเลือกใส่เครื่องหมายถูกหรือผิดตามดุลยพินิจของผู้เรียน
    2. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบเป็นแบบจับคู่ เป็นแบบฝึกที่ประกอบด้วยคำถามหรือตัวปัญหาเป็นตัวยืนไว้ในสดมภ์ซ้ายมือ โดยมีที่ว่างไว้หน้าข้อ เพื่อให้ผู้เรียนเลือกคำตอบที่กำหนดไว้ในสดมภ์ขวามือ มาจับคู่กับคำถามให้สอดคล้องกัน โดยใช้หมายเลขหรือรหัสคำตอบไปไว้หน้าข้อคำถามหรือจะโยงเส้นก็ได้
    3. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบเป็นแบบเติมคำหรือเติมข้อความ เป็นกิจกรรมที่ออกแบบเป็นแบบฝึกที่มีข้อความไว้ให้แต่จะเว้นช่องว่างให้ผู้เรียนเติมคำหรือข้อความที่ขาดหายไป ซึ่งคำหรือ ข้อความที่นำมาเติมอาจให้เติมอย่างอิสระหรือกำหนดตัวเลือกให้เติมก็ได้
    4. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบเป็นกิจกรรมที่มีตัวเลือกแบบหลายตัวเลือก เป็นแบบเชิงทดสอบ โดยจะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นคำถามที่จะต้องเป็นประโยคคำถามที่สมบูรณ์ ชัดเจน ไม่คลุมเครือ ส่วนที่ 2 เป็นตัวเลือก คือ คำตอบซึ่งอาจมี 3-5 ตัวเลือกก็ได้ ตัวเลือกทั้งหมดจะมีตัวเลือกที่ถูกที่สุดเพียงตัวเลือกเดียว ส่วนที่เหลือเป็นตัวลวง
    5. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบเป็นแบบอัตนัย คือ ความเรียงเป็นแบบฝึกที่มีตัวคำถาม ผู้เรียนต้องเขียนบรรยายตอบอย่างเสรีตามความรู้ความสามารถโดยไม่จำกัดคำตอบ แต่จำกัดในเรื่องเวลา อาจใช้รูปของคำถามทั่ว ๆ ไป หรือเป็นคำสั่งให้เขียนเรื่องราวต่าง ๆ ก็ได้
    6. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบเป็นการจดบันทึก คือ ต้องการให้ผู้เรียนรู้จักการจดบันทึกหรือการเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ตามสิ่งที่ได้เห็นหรือได้ฟังจากผู้รู้ในแหล่งเรียนรู้ตามความรู้ความเข้าใจของตนเอง โดยผู้ออกแบบกิจกรรมอาจมีคำสั่งที่ให้ผู้เรียนเขียนเรื่องราวที่ได้เห็นได้ฟังตามความสนใจของตนเอง การจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้า ทบทวน และศึกษาเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้การบันทึกโดยการวาดภาพก็ยังเป็นกิจกรรมการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนระลึกหรือนึกถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้เห็นหรือฟังด้วย
    7. กิจกรรมที่ออกแบบเป็นลักษณะเกมส์ เป็นกิจกรรมการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งที่ผู้เรียนส่วนใหญ่ชอบ เพราะจะมีความสนุกสนานไม่น่าเบื่อ ซึ่งผู้ออกแบบเกมส์ต้องนำเอาองค์ความรู้ของแหล่งเรียนรู้นั้น แล้วนำมาประยุกต์และออกแบบเป็นเกมส์ เช่น ตัวอย่างเกมส์ปริศนาอักษรไขว้ เกมส์จับผิดภาพ ฯลฯ ซึ่งการออกแบบเป็นเกมส์นั้นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆ ของแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนการเรียนรู้วิธีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็นเกมส์ เวลา วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้เป็นต้น เป็นสิ่งที่ผู้สอนต้องมีการศึกษารายละเอียดต่างเพื่อความเข้าใจกระบวนการต่อไป

ขั้นตอนและหลักในการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้
    1. ศึกษารวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ ขององค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้ตลอดจนวิธีการและแนวคิดที่เกี่ยวกับการนำเสนอความรู้ของแหล่งเรียนรู้หรือจากผู้รู้ในแหล่งเรียนรู้โดยการถอดองค์ความรู้จากผู้รู้และวิเคราะห์องค์ความรู้ของแหล่งเรียนรู้
    2. ศึกษาเส้นทางการเรียนรู้ของแหล่งเรียนรู้หรือจุดชมต่าง ๆ ของแหล่งเรียนรู้ตลอดจนอาณาเขตพื้นที่ของแหล่งเรียนรู้
    3. ศึกษารายละเอียดสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรเพื่อวิเคราะห์สาระการเรียนรู้และมาตราฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรเพื่อเปรียบเทียบกับองค์ความรู้ของแหล่งเรียนรู้
    4. ศึกษาวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเพื่อออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ หลักจิตวิทยาพัฒนาการและลำดับขั้นตอนของการเรียนรู้ของผู้เรียน กิจกรรมการเรียนรู้ควรเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและจูงใจผู้เรียนและมีหลากหลายรูปแบบ
    5. กำหนดจุดประสงค์ของการเรียนรู้และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของการเรียนรู้และวิธีการนำเสนอ
    6. ผู้สอนและผู้เรียนควรมีโอกาสวางแผนร่วมกันในการออกแบบกิจกรรมสำหรับเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้    
    7. กิจกรรมการเรียนรู้ในแหล่งเรียนรู้จะต้องไม่ไปทำลายกฏระเบียบหรือข้อบังคับของแหล่งเรียนรู้
    8. กิจกรรมการเรียนรู้ควรมีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญและความถูกต้องของ เจ้าหน้าที่ของแหล่งเรียนรู้
    9. ควรมีการนำกิจกรรมที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้และควรเป็นกิจกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเพื่อความเหมาะสมกับการเรียนรู้
 

การสืบค้นวิดีโอคลิป

โพสต์3 ส.ค. 2552 21:41โดยอนนท์ ศรีพิพัฒน์   [ อัปเดต 19 ส.ค. 2552 23:09 ]

การใช้โปรแกรม VDownload สืบค้นข้อมูลวิดีโอคลิป
ห้องสมุด 3 ดี โครงการใหม่สร้างไทยเข้มแข็ง
 
    อ่านไฟล์แนบจากด้านล่างครับ

ความหมาย

โพสต์3 ส.ค. 2552 19:29โดยอนนท์ ศรีพิพัฒน์   [ อัปเดต 18 ส.ค. 2552 02:12 ]

แหล่งเรียนรู้ (Wisdom) 

          ความหมาย
  
        "แหล่งเรียนรู้" หมายถึง "แหล่ง" หรือ "ที่รวม" ซึ่งอาจเป็นสภาพ สถานที่ หรือศูนย์รวมที่ประกอบด้วย ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และกิจกรรมที่มีกระบวนการเรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนการสอน ที่มีรูปแบบแตกต่างจากกระบวนการเรียนการสอนที่มีครูเป็นผู้สอน หรือศูนย์กลางการเรียนรู้ เป็นการเรียนรู้ที่มีกำหนดเวลาเรียนยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการและความพร้อมของผู้เรียน การประเมินและการวัดผลการเรียนมีลักษณะเฉพาะที่สร้างขึ้นให้เหมาะสมกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบเดียวกันกับการประเมินผลในชั้นหรือห้องเรียน แหล่งเรียนรู้ตามมาตรา 25 ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้อื่น เป็นต้น (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ)
        "แหล่งเรียนรู้" คือ ถิ่น ที่อยู่ บริเวณ บ่อเกิด แห่ง ที่หรือศูนย์ความรู้ที่ให้เข้าไปศึกษาหาความรู้ ความเข้าใจ และความชำนาญ ซึ่งแหล่งเรียนรู้จึงอาจเป็นไปได้ทั้งสิ่งที่เป็นธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นได้ทั้งบุคคล สิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิต และแหล่งเรียนรู้อาจจะอยู่ในห้องเรียน ในโรงเรียน หรือ นอกโรงเรียนก็ได้
 
        "แหล่งการเรียนรู้" หมายถึง แหล่งที่มีข้อมูลข่าวสารความรู้ ประสบการณ์  สารสนเทศและเทคโนโลยี สำหรับผู้เรียนใช้ในการแสวงหาความรู้ ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น
 
        ประเภทของแหล่งการเรียนรู้
 
        แหล่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมี  2   ประเภท   คือ   แหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียน และนอกโรงเรียน ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้น
    1.  แหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียน
         1.1 แหล่งการเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ  เช่น บรรยากาศ สิ่งแวดล้อม ปรากฏการณ์ธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต ฯลฯ
         1.2 แหล่งการเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น  เช่น ห้องสมุดโรงเรียน  ห้องสมุดกลุ่มสาระ ห้องสมุดเคลื่อนที่  ห้องเรียน  ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ  ห้องโสตทัศนศึกษา ห้องมัลติมีเดีย  เว็บไซต์ ห้องอินเทอร์เน็ต   ห้องเรียนสีเขียว   ห้องพิพิธภัณฑ์   ห้องเกียรติยศ   สวนพฤกษศาสตร์  สวนสมุนไพร  สวนวรรณคดี  สวนสุขภาพ   สวนหิน  สวนหย่อม   สวนผีเสื้อ   บ่อเลี้ยงปลา  เรือนเพาะชำ   ต้นไม้พูดได้  ฯลฯ
    2.  แหล่งการเรียนรู้นอกโรงเรียน
         2.1 แหล่งการเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ เช่น สภาพแวดล้อม ป่า ภูเขา แหล่งน้ำ  ทะเล   สัตว์  ฯลฯ
         2.2 แหล่งการเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น  เช่น ชุมชน วิถีชีวิต อาชีพ ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรม สถาบัน โบราณสถาน สถานที่สำคัญ แหล่งประกอบการ 
 

การใช้ Blog

โพสต์3 ส.ค. 2552 18:08โดยอนนท์ ศรีพิพัฒน์   [ อัปเดต 29 ก.ย. 2552 09:08 ]

Blog คืออะไร

        Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)

        ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเองมีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถแตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น

        
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง

        ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น
WordPress, Movable Type เป็นต้น

        ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจากการเขียนเป็นงานอดิเรกของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูลตั้งแต่เรื่องการเมืองไปจนกระทั่งเรื่องราวของการประชุมระดับชาติ

        
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ที่สำคัญอย่างแท้จริง สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ที่มีรูปแบบเนื้อหาเป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย


Blog แตกต่างจากเว็บไซต์อย่างไร?

        คำถามข้อนี้ คงเป็นคำถามที่คาใจหลายคน โดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งจะรู้จักคำว่า Blog บางครั้งมือเก่า ๆ ที่เขียน Blog มาบ้างแล้ว มาได้ยินคำถามนี้ อาจจะหันกลับมาถามตัวเองด้วยก็ได้ว่า อืม ใช่! แล้ว blog มันต่างจากเว็บไซต์ยังไงบ้างล่ะในเบื้องต้น Blog จะแตกต่างจากเว็บไซต์แบบ Static ตรงที่ Blog จะมีเรื่องให้น่าติดตาม ไม่ว่าจะเป็นบทความใหม่ ๆ ที่มีให้อ่านมากกว่า มีพื้นที่ให้ผู้อ่านได้โต้ตอบได้ จนกระทั่งมีผู้กล่าวไว้ว่า Blog จะมาแทนที่เว็บไซต์นิ่ง ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนโบรชัวร์ออนไลน์

     สำหรับประเด็นที่ทำให้ Blog แตกต่างจากเว็บไซต์ทั่วไป มีดังนี้ครับ
        1. มีการโต้ตอบกันระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านได้ หรือที่เราเรียกว่า Interactive นั่นเอง

        2. บทความใน Blog จะเขียนในรูปแบบที่เป็นกันเอง และดูเหมือนการสนทนา มากกว่าในเว็บไซต์ เช่น ลองอ่านบทความนี้ดูครับ มันจะเหมือนว่าผมกำลังคุยกับคุณอยู่ ใช่ไหมครับ นี่คือที่เราเรียกว่ามีความเป็นกันเอง และดูเหมือนการสนทนากันอยู่ไงครับ

        3. ระบบที่ใช้เขียน Blog นั้นง่าย ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเซียนคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเขียน Blog ได้

        4. อัพเดทได้บ่อยมาก และยิ่งอัพเดทบ่อย จะยิ่งดีต่อการมาเก็บข้อมูลของ Search Engine นะครับ นั่นจะทำให้ตำแหน่งผลการค้นหาของเราใน Search Engine นั้นสูงตามไปด้วย

        5. Blog เป็นรูปแบบหนึ่งของการทำการตลาดแบบไวรัล (Viral Marketing)
 

เขียน Blog สนุกตรงไหน?


Blog Anatomy 

        มาดูเรื่องกายวิภาคของ Blog กันดีกว่า ว่า blog นั้นมีส่วนประกอบที่สำคัญอะไรบ้าง จะได้รู้ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของ blog นั้นได้อย่างไรบ้าง

        1. ชื่อบล็อก (Blog Title)
ส่วนของ Blog Title นี้ก็จะเป็นชื่อบล็อกนั้น ๆ ครับ

        2. แท็กไลน์ (Subtitle หรือ Tag line)
ตรงส่วนนี้จะเป็นคำจำกัดความของเว็บ หรือสโลแกนเก๋ ๆ ที่ใช้อธิบายถึงตัวบล็อกโดยรวม โดยตัวแท็กไลน์นี้ จะมีก็ได้ หรือไม่มีก็ได้ เพราะมันไม่สำคัญเท่ากับชื่อบล็อกครับ

        3. วันที่และเวลา (Date & Time Stamp)
เป็นวันที่ และบางทีอาจมีเวลากำกับอยู่ด้วย ตัววันที่และเวลานี้ จะเป็นตัวบอกว่าบทความในบล็อกนั้นเขียนขึ้นมาเมื่อไหร่ บางครั้งอาจมีวันที่ระบุอยู่ในส่วนของ comment ด้วย ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกว่า comment นั้นเขียนเข้ามาเมื่อไหร่เช่นกัน

        4. ชื่อบทความ (Entry Title)
ชื่อเรื่องของบทความที่เขียนในบล็อก

        5. ตัวเนื้อหาบทความ (Entry’s Main Body)
อาจเป็นตัวหนังสือ หรืออาจเป็นรูปภาพ วีดีโอ หรืออนิเมชั่น เป็นต้น โดยส่วนประกอบเหล่านี้จะรวมเป็นส่วนเนื้อหาของบทความ

        6. ชื่อผู้เขียน (Blog Author)
บางบล็อก อาจมีการระบุชื่อผู้เขียนไว้ในบล็อกด้วยครับ โดยตำแหน่งที่จะใส่ชื่อผู้เขียนนั้น สามารถไว้ที่ตำแหน่งใดก็ได้ เช่นด้านข้างของหน้าบล็อก (sidebar) หรืออยู่ในตัวบทความก็ได้

        7. คอมเม้นต์ (Comment tag)
เป็นลิงค์ที่ให้ผู้อ่านคลิกไปเพื่อกรอกคอมเม้นต์ให้กับบล็อกนั้น ๆ หรืออ่านคอมเม้นต์ ที่มีคนเขียนคอมเม้นต์เข้ามา

        8. ลิงค์ถาวร (Permalink)
เรียกชื่อไทยแล้วเขิ้นเขิน เราสามารถเรียกทับศัพท์ก็ได้ครับว่า เพอร์มาลิ้งค์ เจ้าลิงค์ตัวนี้คือลิงค์ที่ไปหา url ของบทความนั้น ๆ โดยตรงครับ มีประโยชน์สำหรับ blogger คนอื่น ๆ ที่อยากจะทำลิงค์หาบทความของเราโดยตรง ก็จะสามารถหา permalink ได้อย่างง่ายดายครับ โดย url ของ permalink นี้จะไม่เปลี่ยนไปตามวันและเวลาเหมือน link ของหน้าแรกของบล็อกที่บทความจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ครับ นี่แหละครับที่เค้าเรียกว่า ลิงค์ถาวร

        9. ปฎิทิน (Calendar)
บล็อกบางแห่งอาจมีปฎิทินอยู่ด้วย โดยในปฎิทินนั้นสามารถคลิกตามวันที่ เพื่ออ่านบทความของวันที่นั้น ๆ ได้สะดวกครับ

        10. บทความย้อนหลัง (Archives)
บทความเก่า หรือบทความย้อนหลัง อาจมีการจัดเตรียมไว้โดยเจ้าของบล็อก โดยบล็อกแต่ละแห่งอาจจัดเรียงบทความย้อนหลัง ไม่เหมือนกัน เช่นจัดเรียงรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน หรือจะ list บทความทั้งหมดออกมาเลยก็ได้

        11. ลิงค์ไปยังเว็บอื่น (Links)
เป็นจุดเด่นและความสนุกของบล็อกอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียวครับ โดยบล็อกแต่ละแห่ง อาจมีลิงค์ไปยังเว็บอื่นหลากหลายเว็บ บางครั้งเราสามารถเรียก link พวกนี้ว่า blogroll ก็ได้ครับ

        12. RSS หรือ XML
ตัว RSS นี้อาจมีเตรียมไว้ให้เราโดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับ Blogware หรือ Blog Host ที่เราเลือกใช้ เช่น WordPress หรือ MovableType นั้นจะมี RSS ลิงค์ไว้ให้เราโดยอัตโนมัติ โดยเจ้า RSS Feed นี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงบทความของเราได้ง่ายขึ้น โดยการใช้โปรแกรมช่วยอ่าน Feed ได้ด้วย บางครั้งนักเขียน Blog คนอื่น ก็อาจใช้ RSS Feed นี้เพื่อประโยชน์ในการดึงข้อมูลไปแสดงในเว็บ หรือบล็อกของตนได้

 


1-4 of 4